เครื่องมือขยายขากรรไกร (Palatal Expander): เจ็บไหม? ใส่นานแค่ไหน?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาปรึกษาจัดฟัน หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในเด็กไทยคือ “ภาวะขากรรไกรบนแคบ” ซึ่งส่งผลให้ฟันแท้ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะขึ้น หรือขึ้นมาแล้วซ้อนเก และอาจส่งผลต่อการหายใจหรือรูปหน้าในอนาคต

ทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางมักแนะนำให้ใช้ “เครื่องมือขยายขากรรไกร” หรือ Palatal Expander เป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหานี้ แต่เมื่อเห็นหน้าตาของเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นโลหะติดอยู่บนเพดานปาก คำถามแรกที่ผู้ปกครองและเด็กๆ มักถามเหมือนกันคือ “มันจะเจ็บไหม?” และ “ต้องใส่นานแค่ไหน?”

บทความนี้ Tiny Smile จะพาไปทำความรู้จักกับเครื่องมือชนิดนี้ให้ลึกซึ้ง เพื่อคลายความกังวลและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มการรักษา

เครื่องมือขยายขากรรไกร (Palatal Expander) ทำงานอย่างไร?

ก่อนจะไปถึงเรื่องความเจ็บปวด จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการทำงานของเครื่องมือชนิดนี้เสียก่อน

ในเด็กช่วงอายุ 7-12 ปี กระดูกเพดานปากด้านบนซ้ายและขวายังไม่ได้เชื่อมติดกันสนิท 100% โดยจะมีรอยต่อกระดูกที่เรียกว่า Midpalatal Suture อยู่ตรงกลาง

เครื่องมือขยายขากรรไกรจะทำงานโดยการส่งแรงดันเบาๆ ผ่านฟันกรามไปที่รอยต่อกระดูกนี้ เมื่อทำการ “ไขสกรู” ที่ตัวเครื่องมือ มันจะค่อยๆ ดันให้กระดูกขากรรไกรบนกว้างขึ้นออกจากกัน ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ขึ้นมาตามธรรมชาติ โดยร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่มาเติมเต็มในช่องว่างนั้น ทำให้ขากรรไกรกว้างขึ้นอย่างถาวร

คำถามยอดฮิต: ใส่เครื่องมือขยายขากรรไกร “เจ็บไหม?”

คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ “อาจมีความรู้สึกตึงหรือแน่น แต่ไม่ถึงกับเจ็บปวดจนทนไม่ได้”

ความรู้สึกจะแบ่งออกเป็นช่วงเวลา ดังนี้:

1. ขณะไขสกรู: เมื่อผู้ปกครองทำการไขสกรู (ตามตารางที่หมอสั่ง เช่น วันละ 1 ครั้ง) เด็กจะรู้สึก “ตึง” หรือ “แน่น” บริเวณฟันกรามและดั้งจมูกทันที ความรู้สึกนี้เกิดจากแรงดันที่กระทำต่อกระดูก

2. หลังไขสกรู 5-10 นาที: ความรู้สึกตึงจะค่อยๆ จางหายไปจนกลับเป็นปกติ เด็กส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมหรือนอนหลับได้ตามปกติหลังจากนั้น

3. ช่วง 2-3 วันแรกหลังติดเครื่องมือ: อาจมีความรำคาญหรือพูดไม่ชัดบ้าง เพราะลิ้นยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือที่มีลักษณะนูนออกมาบนเพดานปาก และอาจมีน้ำลายออกมามากกว่าปกติ ซึ่งร่างกายจะปรับตัวได้เองภายใน 1 สัปดาห์

ข้อควรรู้: หากเด็กบ่นว่าปวดมากผิดปกติ หรือมีแผลกดทับที่เหงือก ควรรีบติดต่อทันตแพทย์ทันที แต่โดยทั่วไปแล้ว ความรู้สึกจะอยู่ในระดับที่เด็กรู้สึกรำคาญมากกว่าเจ็บปวด

ต้องใส่นานแค่ไหน? (ระยะเวลาการรักษา)

ระยะเวลาการใส่เครื่องมือขยายขากรรไกร จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลักๆ คือ:

ระยะที่ 1: ระยะไขสกรู (Active Expansion Phase)

  • ระยะเวลา: ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความแคบของขากรรไกร)
  • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ปกครองต้องไขสกรูให้ลูกทุกวันตามแผนที่หมอวางไว้
  • สัญญาณความสำเร็จ: จะเริ่มเห็น “ช่องว่าง” เกิดขึ้นระหว่างฟันหน้าคู่กลาง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าขากรรไกรกำลังขยายตัว (ช่องว่างนี้จะชิดกันเองในภายหลัง)

ระยะที่ 2: ระยะคงสภาพ (Retention Phase)

  • ระยะเวลา: ประมาณ 3 – 6 เดือน
  • สิ่งที่ต้องทำ: หยุดไขสกรูแล้ว แต่ “ห้ามถอดเครื่องมือออกเด็ดขาด”
  • เหตุผล: แม้ขากรรไกรจะกว้างขึ้นแล้ว แต่กระดูกใหม่ที่สร้างขึ้นตรงรอยต่อยังไม่แข็งแรงพอ หากถอดเครื่องมือเร็วเกินไป ขากรรไกรจะหุบกลับมาแคบเหมือนเดิม หมอจึงต้องใส่เครื่องมือคาไว้เพื่อรอให้กระดูกแข็งแรงเต็มที่

สรุปโดยรวม: เด็กๆ จะต้องใส่เครื่องมือขยายขากรรไกรอยู่ในปากประมาณ 4 – 9 เดือน ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่ขั้นตอนการจัดฟันด้วยเครื่องมืออื่นต่อไป

ประโยชน์ที่คุ้มค่ากับการอดทน

แม้การใส่เครื่องมือขยายขากรรไกรอาจดูยุ่งยากในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ามหาศาลต่ออนาคตของลูก:

  1. ไม่ต้องถอนฟัน: เมื่อขากรรไกรกว้างขึ้น ก็มีพื้นที่พอให้ฟันแท้ขึ้นได้ครบทุกซี่ ลดโอกาสที่ต้องถอนฟันกรามน้อยเพื่อจัดฟันในตอนโต
  2. รูปหน้าสมส่วน: ช่วยแก้ปัญหาหน้าเบี้ยว หรือคางยื่นที่เกิดจากขากรรไกรบนแคบได้
  3. รอยยิ้มกว้างขึ้น: (Broad Smile) ยิ้มแล้วเห็นฟันเรียงสวยเต็มปาก ไม่ดูฟันหลบใน
  4. ทางเดินหายใจดีขึ้น: เนื่องจากเพดานปากเป็นพื้นของโพรงจมูก การขยายขากรรไกรจึงช่วยขยายโพรงจมูกทางอ้อม ทำให้เด็กหายใจสะดวกขึ้น ลดอาการนอนกรนหรือหายใจทางปาก

บทสรุป

การใส่เครื่องมือขยายขากรรไกร (Palatal Expander) ไม่ได้น่ากลัวหรือเจ็บปวดอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยวินัยและความร่วมมือจากผู้ปกครองในการไขสกรูและดูแลความสะอาด

หากสังเกตว่าลูกมีฟันซ้อนเก หรือหายใจทางปาก การพามารับการตรวจตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จะช่วยให้ทันตแพทย์เฉพาะทางวางแผนการรักษาด้วยเครื่องมือนี้ได้ทันเวลา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการรอแก้ปัญหาด้วยการผ่าตัดเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

ปรึกษาปัญหาขากรรไกรแคบในเด็ก กับทีมแพทย์เฉพาะทาง Tiny Smile

หากไม่แน่ใจว่าลูกต้องใช้เครื่องมือขยายขากรรไกรหรือไม่ สามารถนัดหมายเพื่อเข้ามาตรวจโครงสร้างฟันและใบหน้าอย่างละเอียดได้ที่คลินิกของเรา

นัดหมายปรึกษาทันตแพทย์ โทร: 092-241-9936

หัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “การตรวจฟันเด็ก”